Accountants in 2025: Creating Business Value

Financial Reporting

บทบาทนักบัญชีในปี 2025 กับการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ

เผยแพร่เมื่อ Dec 2025 • โดย A&A Office • 8 min read

ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหลากหลายปัจจัย ทั้งจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และมาตรฐานการรายงาน บทบาทของนักบัญชีจึงไม่ใช่เพียงการ “ปิดงบให้ถูกต้อง” แต่ต้องช่วยให้ข้อมูลทางการเงินสะท้อนความจริงของธุรกิจ และรองรับการตัดสินใจได้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทันเวลา

บทความนี้สรุปแนวคิดจากเอกสารวิชาชีพที่ชี้ให้เห็นภาพรวม “บทบาทใหม่” ของนักบัญชีในปี 2025 โดยเน้นประเด็นที่องค์กรสามารถนำไปทบทวนและปรับใช้ได้จริง

Accounting Compass 2025

ทำอย่างไรให้ “ข้อมูลบัญชี” ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และทำให้ธุรกิจยืดหยุ่นได้จริง

สะท้อนความจริง
นโยบายบัญชีและการวัดมูลค่า ต้องสอดคล้องธุรกิจและมาตรฐาน
ตรวจสอบได้
หลักฐานและระบบควบคุมภายในต้องทำให้ย้อนกลับได้จริง
พร้อมเปลี่ยนแปลง
ข้อมูลต้องพร้อมรองรับมาตรฐานใหม่ เทคโนโลยี และ ESG

1. บทบาทของนักบัญชี: จาก “ผู้บันทึก” สู่ “ผู้เชื่อมข้อมูลกับการตัดสินใจ”

แนวโน้มปี 2025 สะท้อนว่าองค์กรต้องการข้อมูลที่ “อธิบายได้” มากกว่าตัวเลขที่ “ถูกต้องตามแบบฟอร์ม” เพียงอย่างเดียว นักบัญชีจึงต้องเชื่อมงบการเงินกับการวิเคราะห์ความเสี่ยง สภาพคล่อง และผลกระทบทางธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น

สำหรับองค์กร

ลองทบทวนว่า “ตัวเลขสำคัญ” ในงบ มีคำอธิบายที่เชื่อมกับธุรกิจและความเสี่ยงได้ชัดหรือยัง (ไม่ใช่แค่สรุปผลลัพธ์)

2. ความโปร่งใส (Transparency) กลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่น

ผู้ใช้งบ (ผู้ลงทุน สถาบันการเงิน คู่ค้า และหน่วยงานกำกับ) ต้องการเห็นเหตุผล วิธีคิด และหลักฐานรองรับการตัดสินใจทางบัญชี มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะรายการที่มีดุลยพินิจ เช่น ประมาณการ ค่าเผื่อ และการวัดมูลค่า

สำหรับองค์กร

จัด “แฟ้มเหตุผลและสมมติฐาน” สำหรับรายการที่ใช้ดุลยพินิจ (Judgment file) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายและสม่ำเสมอ

3. ความยืดหยุ่นของธุรกิจ (Resilience) เริ่มจากข้อมูลที่พร้อมใช้และเชื่อถือได้

ความผันผวนของต้นทุน อัตราดอกเบี้ย และการเข้าถึงเงินทุน ทำให้การวิเคราะห์กระแสเงินสด สภาพคล่อง และความสามารถทำกำไร “เชิงคุณภาพ” มีความสำคัญขึ้น นักบัญชีจึงต้องยกระดับข้อมูลให้ตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยงมากขึ้น

สำหรับองค์กร

เพิ่มรายงาน “มุมมองบริหาร” ควบคู่กับงบ เช่น แนวโน้ม DSO/DPO, สภาพคล่องรายเดือน, sensitivity ต่ออัตราดอกเบี้ย

4. เทคโนโลยีคือ “ตัวเร่ง” แต่ต้องเริ่มจากมาตรฐานข้อมูลและกระบวนการ

หลายองค์กรลงทุนระบบ/เครื่องมือ แต่ยังไม่เห็นผล เพราะข้อมูลต้นทางไม่เป็นมาตรฐาน (โครงสร้างบัญชี, master data, naming, version control) และกระบวนการปิดงบยังไม่ถูกออกแบบให้ “ตรวจสอบได้” ตั้งแต่ต้น

  • ทำโครงสร้างข้อมูล (master data / mapping) ให้ชัดก่อนขยายระบบ
  • กำหนดมาตรฐานการเก็บเอกสารและหลักฐาน เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง
  • ใช้ automation เพื่อลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มเวลาสำหรับการวิเคราะห์
สำหรับองค์กร

ก่อนเลือกเครื่องมือใหม่ ให้ตอบให้ชัด 2 ข้อ: “ข้อมูลพร้อมไหม?” และ “ย้อนตรวจหลักฐานได้หรือยัง?”

5. มาตรฐานเปลี่ยนต่อเนื่อง: องค์กรต้องมี “ระบบรับการเปลี่ยนแปลง” ไม่ใช่แก้เป็นครั้ง ๆ

เมื่อมาตรฐานปรับปรุงหรือมีข้อกำหนดใหม่ องค์กรที่รับมือได้ดีมักมี “แนวปฏิบัติภายใน” (policy + workflow + template) ที่ทำให้การปรับเปลี่ยนเกิดซ้ำได้ และลดความเสี่ยงจากความเข้าใจไม่ตรงกัน

สำหรับองค์กร

สร้าง “Standard Pack” สำหรับมาตรฐานสำคัญ: policy, checklist, template disclosure, และ log การตัดสินใจ (decision log)

6. Practical Guide: 6 สิ่งที่ผู้บริหารควรทำ เพื่อให้ธุรกิจยืดหยุ่นและยั่งยืน

หากองค์กรต้องการให้ข้อมูลบัญชีช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ความโปร่งใส และความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง แนวทางต่อไปนี้เป็น “จุดเริ่มต้นที่ทำได้จริง” และสามารถนำไปใช้เป็นแผนงานได้ทันที

Practical Guide

Checklist สำหรับผู้บริหาร (เริ่มได้ทันที)

  1. ยกระดับคุณภาพข้อมูลตามมาตรฐาน ทบทวน policy การรับรู้/วัดมูลค่ารายการสำคัญให้สอดคล้องกับ TFRS/TAS และจัดเอกสารรองรับให้ครบ
  2. ทำให้การปิดงบ “เร็วขึ้นและแม่นขึ้น” เริ่มจากโครงสร้างข้อมูลที่ดี (chart of accounts, mapping, master data) และลดงาน manual ที่เสี่ยงผิดพลาด
  3. เชื่อมบัญชีกับการบริหารความเสี่ยงและกระแสเงินสด ยกระดับรายงานเพื่อมองสภาพคล่อง ต้นทุน และความสามารถทำกำไรเชิงคุณภาพ
  4. เสริมระบบควบคุมภายในให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดความเสี่ยงข้อมูลบิดเบือน/ทุจริต และทำให้ audit trail ชัดขึ้น
  5. เตรียมความพร้อมด้าน ESG ตั้งแต่ “ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว” เช่น พลังงาน น้ำ ของเสีย ความปลอดภัยแรงงาน—จัดระบบเก็บข้อมูลให้สม่ำเสมอและตรวจสอบได้
  6. เตรียมรับมาตรฐานที่เปลี่ยน และธุรกรรมต่างประเทศ หากมีรายการ FX/ต่างประเทศ ให้ประเมินผลกระทบและจัดทำแนวปฏิบัติภายในก่อนวันที่เริ่มใช้มาตรฐาน

หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป องค์กรควรประเมินตามลักษณะธุรกิจ ความซับซ้อนของรายการ และความเสี่ยงเฉพาะของกิจการ

สรุป

แนวโน้มปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า “ข้อมูลบัญชี” คือฐานของความเชื่อมั่น และเป็นโครงสร้างสำคัญของความยืดหยุ่นทางธุรกิจ องค์กรที่ปรับระบบข้อมูล กระบวนการ และการเปิดเผยให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะพร้อมกว่าในการรับมือความผันผวนและมาตรฐานใหม่ในระยะถัดไป

ต้องการให้เราช่วยทบทวนความพร้อมด้านข้อมูลและนโยบายบัญชี?

เราสามารถช่วยประเมินจุดเสี่ยงด้านนโยบายบัญชี โครงสร้างข้อมูล การปิดงบ ระบบควบคุมภายใน และการเตรียมข้อมูลเพื่อ ESG/มาตรฐานใหม่ เพื่อให้การรายงาน “โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับการตัดสินใจ” มากขึ้น

ขอคำปรึกษา

แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัดความรับผิด

วิเคราะห์และเรียบเรียงจาก TFAC Newsletter Issue 116 โดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และมุมมองเชิงวิชาชีพโดยทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางวิชาชีพสำหรับกรณีเฉพาะ ผู้อ่านควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์ของกิจการ และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจ

แชร์: