บทบาทนักบัญชีในปี 2025 กับการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ
ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหลากหลายปัจจัย ทั้งจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และมาตรฐานการรายงาน บทบาทของนักบัญชีจึงไม่ใช่เพียงการ “ปิดงบให้ถูกต้อง” แต่ต้องช่วยให้ข้อมูลทางการเงินสะท้อนความจริงของธุรกิจ และรองรับการตัดสินใจได้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทันเวลา
บทความนี้สรุปแนวคิดจากเอกสารวิชาชีพที่ชี้ให้เห็นภาพรวม “บทบาทใหม่” ของนักบัญชีในปี 2025 โดยเน้นประเด็นที่องค์กรสามารถนำไปทบทวนและปรับใช้ได้จริง
ทำอย่างไรให้ “ข้อมูลบัญชี” ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และทำให้ธุรกิจยืดหยุ่นได้จริง
1. บทบาทของนักบัญชี: จาก “ผู้บันทึก” สู่ “ผู้เชื่อมข้อมูลกับการตัดสินใจ”
แนวโน้มปี 2025 สะท้อนว่าองค์กรต้องการข้อมูลที่ “อธิบายได้” มากกว่าตัวเลขที่ “ถูกต้องตามแบบฟอร์ม” เพียงอย่างเดียว นักบัญชีจึงต้องเชื่อมงบการเงินกับการวิเคราะห์ความเสี่ยง สภาพคล่อง และผลกระทบทางธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น
ลองทบทวนว่า “ตัวเลขสำคัญ” ในงบ มีคำอธิบายที่เชื่อมกับธุรกิจและความเสี่ยงได้ชัดหรือยัง (ไม่ใช่แค่สรุปผลลัพธ์)
2. ความโปร่งใส (Transparency) กลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่น
ผู้ใช้งบ (ผู้ลงทุน สถาบันการเงิน คู่ค้า และหน่วยงานกำกับ) ต้องการเห็นเหตุผล วิธีคิด และหลักฐานรองรับการตัดสินใจทางบัญชี มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะรายการที่มีดุลยพินิจ เช่น ประมาณการ ค่าเผื่อ และการวัดมูลค่า
จัด “แฟ้มเหตุผลและสมมติฐาน” สำหรับรายการที่ใช้ดุลยพินิจ (Judgment file) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายและสม่ำเสมอ
3. ความยืดหยุ่นของธุรกิจ (Resilience) เริ่มจากข้อมูลที่พร้อมใช้และเชื่อถือได้
ความผันผวนของต้นทุน อัตราดอกเบี้ย และการเข้าถึงเงินทุน ทำให้การวิเคราะห์กระแสเงินสด สภาพคล่อง และความสามารถทำกำไร “เชิงคุณภาพ” มีความสำคัญขึ้น นักบัญชีจึงต้องยกระดับข้อมูลให้ตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
เพิ่มรายงาน “มุมมองบริหาร” ควบคู่กับงบ เช่น แนวโน้ม DSO/DPO, สภาพคล่องรายเดือน, sensitivity ต่ออัตราดอกเบี้ย
4. เทคโนโลยีคือ “ตัวเร่ง” แต่ต้องเริ่มจากมาตรฐานข้อมูลและกระบวนการ
หลายองค์กรลงทุนระบบ/เครื่องมือ แต่ยังไม่เห็นผล เพราะข้อมูลต้นทางไม่เป็นมาตรฐาน (โครงสร้างบัญชี, master data, naming, version control) และกระบวนการปิดงบยังไม่ถูกออกแบบให้ “ตรวจสอบได้” ตั้งแต่ต้น
- ทำโครงสร้างข้อมูล (master data / mapping) ให้ชัดก่อนขยายระบบ
- กำหนดมาตรฐานการเก็บเอกสารและหลักฐาน เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง
- ใช้ automation เพื่อลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มเวลาสำหรับการวิเคราะห์
ก่อนเลือกเครื่องมือใหม่ ให้ตอบให้ชัด 2 ข้อ: “ข้อมูลพร้อมไหม?” และ “ย้อนตรวจหลักฐานได้หรือยัง?”
5. มาตรฐานเปลี่ยนต่อเนื่อง: องค์กรต้องมี “ระบบรับการเปลี่ยนแปลง” ไม่ใช่แก้เป็นครั้ง ๆ
เมื่อมาตรฐานปรับปรุงหรือมีข้อกำหนดใหม่ องค์กรที่รับมือได้ดีมักมี “แนวปฏิบัติภายใน” (policy + workflow + template) ที่ทำให้การปรับเปลี่ยนเกิดซ้ำได้ และลดความเสี่ยงจากความเข้าใจไม่ตรงกัน
สร้าง “Standard Pack” สำหรับมาตรฐานสำคัญ: policy, checklist, template disclosure, และ log การตัดสินใจ (decision log)
6. Practical Guide: 6 สิ่งที่ผู้บริหารควรทำ เพื่อให้ธุรกิจยืดหยุ่นและยั่งยืน
หากองค์กรต้องการให้ข้อมูลบัญชีช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ความโปร่งใส และความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง แนวทางต่อไปนี้เป็น “จุดเริ่มต้นที่ทำได้จริง” และสามารถนำไปใช้เป็นแผนงานได้ทันที
Checklist สำหรับผู้บริหาร (เริ่มได้ทันที)
- ยกระดับคุณภาพข้อมูลตามมาตรฐาน ทบทวน policy การรับรู้/วัดมูลค่ารายการสำคัญให้สอดคล้องกับ TFRS/TAS และจัดเอกสารรองรับให้ครบ
- ทำให้การปิดงบ “เร็วขึ้นและแม่นขึ้น” เริ่มจากโครงสร้างข้อมูลที่ดี (chart of accounts, mapping, master data) และลดงาน manual ที่เสี่ยงผิดพลาด
- เชื่อมบัญชีกับการบริหารความเสี่ยงและกระแสเงินสด ยกระดับรายงานเพื่อมองสภาพคล่อง ต้นทุน และความสามารถทำกำไรเชิงคุณภาพ
- เสริมระบบควบคุมภายในให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดความเสี่ยงข้อมูลบิดเบือน/ทุจริต และทำให้ audit trail ชัดขึ้น
- เตรียมความพร้อมด้าน ESG ตั้งแต่ “ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว” เช่น พลังงาน น้ำ ของเสีย ความปลอดภัยแรงงาน—จัดระบบเก็บข้อมูลให้สม่ำเสมอและตรวจสอบได้
- เตรียมรับมาตรฐานที่เปลี่ยน และธุรกรรมต่างประเทศ หากมีรายการ FX/ต่างประเทศ ให้ประเมินผลกระทบและจัดทำแนวปฏิบัติภายในก่อนวันที่เริ่มใช้มาตรฐาน
หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป องค์กรควรประเมินตามลักษณะธุรกิจ ความซับซ้อนของรายการ และความเสี่ยงเฉพาะของกิจการ
สรุป
แนวโน้มปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า “ข้อมูลบัญชี” คือฐานของความเชื่อมั่น และเป็นโครงสร้างสำคัญของความยืดหยุ่นทางธุรกิจ องค์กรที่ปรับระบบข้อมูล กระบวนการ และการเปิดเผยให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะพร้อมกว่าในการรับมือความผันผวนและมาตรฐานใหม่ในระยะถัดไป
ต้องการให้เราช่วยทบทวนความพร้อมด้านข้อมูลและนโยบายบัญชี?
เราสามารถช่วยประเมินจุดเสี่ยงด้านนโยบายบัญชี โครงสร้างข้อมูล การปิดงบ ระบบควบคุมภายใน และการเตรียมข้อมูลเพื่อ ESG/มาตรฐานใหม่ เพื่อให้การรายงาน “โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับการตัดสินใจ” มากขึ้น
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัดความรับผิด
วิเคราะห์และเรียบเรียงจาก TFAC Newsletter Issue 116 โดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และมุมมองเชิงวิชาชีพโดยทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางวิชาชีพสำหรับกรณีเฉพาะ ผู้อ่านควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์ของกิจการ และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจ





