IFRS 18 และ IFRS 19: New Standards IPO and Listed Companies

Financial Reporting

IFRS 18 และ IFRS 19: มาตรฐานใหม่ที่บริษัทต้องเริ่มเตรียมพร้อม

เผยแพร่เมื่อ Jul 2026 • โดย A&A Office • 5 min read
A&A PROFESSIONAL INSIGHT 2026

มุมมองเชิงวิชาชีพสำหรับบริษัท IPO และบริษัทจดทะเบียนที่ต้องเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงด้านการรายงานทางการเงิน

ชุดบทความจาก A&A Office ที่สรุปประเด็นสำคัญด้านบัญชี การสอบบัญชี การเปิดเผยข้อมูล และแนวโน้มการกำกับดูแลในตลาดทุนไทย

Article 01
IFRS 18 และ IFRS 19
Why it matters
มาตรฐานใหม่อาจเปลี่ยนวิธีนำเสนอ operating profit, EBITDA, covenant และ performance measures ที่ใช้สื่อสารกับตลาด
What to prepare
เริ่มประเมินผลกระทบต่อ chart of accounts, ERP mapping, management reporting และ disclosure ตั้งแต่ปี 2569

ปี 2569 เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียม IPO และบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทย เนื่องจากมาตรฐานการรายงานทางการเงินระดับสากลกำลังเข้าสู่รอบการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ IFRS 18 เรื่อง Presentation and Disclosure in Financial Statements และ IFRS 19 เรื่อง Subsidiaries without Public Accountability: Disclosures

แม้มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในระดับสากลตั้งแต่งวดปีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป แต่สำหรับองค์กรที่ต้องการความพร้อมด้านการรายงานทางการเงิน การรอให้ถึงวันบังคับใช้อาจช้าเกินไป โดยเฉพาะองค์กรที่มีแผนเข้าตลาดทุน ต้องจัดทำงบเปรียบเทียบหลายปี หรือมี debt covenant และ performance measures ที่ผูกกับตัวเลขในงบกำไรขาดทุน

A&A Office เห็นว่าบริษัทควรเริ่มประเมินผลกระทบตั้งแต่ปี 2569 เพื่อให้ระบบบัญชี รายงานผู้บริหาร และการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ


Key Context

IFRS 18 ไม่ได้เปลี่ยนหลักการรับรู้รายการบัญชีโดยตรง แต่เปลี่ยนวิธีการนำเสนอและเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน โดยเฉพาะงบกำไรขาดทุน มาตรฐานใหม่นี้มุ่งเพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบระหว่างกิจการ และทำให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจผลการดำเนินงานของกิจการได้ดีขึ้น

ประเด็นสำคัญของ IFRS 18

  • การจัดประเภทของรายได้และค่าใช้จ่ายเป็นหมวด operating, investing และ financing
  • การนำเสนอ operating profit อย่างมีโครงสร้างมากขึ้น
  • การเปิดเผย management-defined performance measures
  • การแยกข้อมูลที่มีลักษณะสำคัญออกจากกันอย่างเหมาะสม
  • การเชื่อมโยงข้อมูลในงบการเงินกับการสื่อสารของฝ่ายบริหาร

ในอีกด้านหนึ่ง IFRS 19 เปิดทางให้บริษัทย่อยบางประเภทที่ไม่มี public accountability สามารถใช้ข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลที่ลดลงได้ โดยยังคงใช้หลักการรับรู้และการวัดมูลค่าตาม IFRS เช่นเดิม มาตรฐานนี้อาจช่วยลดภาระการจัดทำงบการเงินของบริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท แต่การเลือกใช้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผลต่อผู้ใช้งบการเงิน เจ้าหนี้ และการจัดทำงบรวม

A&A Focus

1. IFRS 18 อาจกระทบตัวเลขที่ฝ่ายบริหารใช้สื่อสารกับตลาด

แม้กำไรสุทธิจะไม่เปลี่ยนเพียงเพราะ IFRS 18 แต่ subtotal หลายรายการอาจเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ เช่น operating profit, EBITDA หรือ adjusted profit หากบริษัทเคยใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้ในการสื่อสารกับนักลงทุนหรือใช้เป็นเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ การเปลี่ยนรูปแบบการจัดประเภทอาจทำให้ตัวเลขที่รายงานแตกต่างจากอดีต

ตัวอย่างประเด็นที่ควรประเมิน ได้แก่:

  • รายได้จากเงินลงทุนควรแสดงในหมวดใด
  • ดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนทางการเงินควรถูกจัดประเภทอย่างไร
  • รายการพิเศษหรือรายการที่เกิดไม่บ่อยควรอธิบายอย่างไร
  • EBITDA ที่ใช้ในรายงานผู้บริหารยังสอดคล้องกับงบการเงินหรือไม่
  • covenant ที่อ้างอิง operating profit หรือ EBITDA ต้องปรับนิยามหรือไม่
A&A Note for IPO Preparation

ประเด็นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลย้อนหลังที่ใช้ใน filing และ investor presentation ต้องอธิบายได้อย่างชัดเจนและเปรียบเทียบได้

2. ระบบบัญชีและ management reporting ต้องพร้อมรองรับการจัดประเภทใหม่

การปรับใช้ IFRS 18 ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบงบการเงินในช่วงปิดบัญชี แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง หากระบบ ERP หรือ chart of accounts ไม่สามารถแยกข้อมูลตามหมวดที่มาตรฐานต้องการได้ องค์กรอาจต้องใช้ manual adjustment จำนวนมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดและความล่าช้าในการปิดงบ

สิ่งที่ควรเริ่มทบทวน ได้แก่:

  • chart of accounts
  • mapping ระหว่างบัญชีแยกประเภทกับหมวด operating, investing และ financing
  • รายงานผู้บริหารที่ใช้ตัวเลขจากงบการเงิน
  • reconciliation ระหว่าง KPI ภายในกับตัวเลขที่เปิดเผยภายนอก
  • control over financial reporting ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประเภทข้อมูล
A&A Note for Reporting Readiness

เริ่มจากการทบทวน chart of accounts, ERP mapping และ reconciliation ระหว่างรายงานผู้บริหารกับตัวเลขที่เปิดเผยภายนอก เพื่อลด manual adjustment ในช่วงปิดงบ

3. IFRS 19 เป็นโอกาส แต่ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการลด disclosure

สำหรับกลุ่มบริษัทที่มีบริษัทย่อยจำนวนมาก IFRS 19 อาจช่วยลดภาระการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของบริษัทย่อยที่ไม่มี public accountability อย่างไรก็ตาม การลด disclosure ไม่ควรทำให้ข้อมูลสำคัญต่อผู้ใช้งบขาดหายไป

ก่อนเลือกใช้ IFRS 19 องค์กรควรพิจารณา:

  • บริษัทย่อยมีเจ้าหนี้หรือคู่สัญญาที่ต้องใช้ข้อมูลละเอียดหรือไม่
  • สัญญาเงินกู้กำหนดระดับ disclosure ไว้หรือไม่
  • ข้อมูลที่ลดลงมีผลต่อการวิเคราะห์ของบริษัทแม่หรือไม่
  • ทีม consolidation ยังได้รับข้อมูลเพียงพอสำหรับงบรวมหรือไม่
  • ผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวหรือไม่
A&A Note on Disclosure Quality

IFRS 19 อาจลดภาระ disclosure ได้ แต่ไม่ควรทำให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อเจ้าหนี้ บริษัทแม่ ผู้สอบบัญชี และคณะกรรมการตรวจสอบขาดหายไป

Practical Implications

สำหรับบริษัทจดทะเบียนและบริษัท IPO ผลกระทบจาก IFRS 18 และ IFRS 19 ควรถูกมองในสามมิติ

มิติที่ 1
มิติด้านการรายงานทางการเงิน องค์กรต้องมั่นใจว่าการจัดประเภท การเปิดเผย และการนำเสนอข้อมูลในงบการเงินเป็นไปตามมาตรฐานใหม่
มิติที่ 2
มิติด้านระบบและกระบวนการ ข้อมูลต้องถูกเก็บและจัดประเภทตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงแก้ไขปลายทางก่อนออกงบการเงิน
มิติที่ 3
มิติด้านการสื่อสาร ผู้บริหารต้องสามารถอธิบายผลกระทบของมาตรฐานใหม่ต่อผลการดำเนินงาน ตัวชี้วัด และแนวโน้มธุรกิจได้อย่างโปร่งใส

A&A Recommendations

A&A Office แนะนำให้องค์กรเริ่มดำเนินการดังนี้:

Preparation Checklist

สิ่งที่ควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2569

  1. จัดทำ IFRS 18 impact assessment โดยเปรียบเทียบรูปแบบงบกำไรขาดทุนปัจจุบันกับโครงสร้างใหม่
  2. ประเมินผลกระทบต่อ EBITDA, operating profit, covenant และ KPI เพื่อให้ตัวชี้วัดที่ใช้ภายในและที่สื่อสารภายนอกมีความสอดคล้องกัน
  3. ทบทวน chart of accounts และระบบ ERP เพื่อรองรับการจัดประเภทข้อมูลใหม่ตั้งแต่ต้นทาง
  4. จัดทำตัวอย่างงบการเงินภายใต้ IFRS 18 โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อประเมินผลกระทบต่อการเปรียบเทียบ
  5. ประเมินว่าบริษัทย่อยใดอาจเข้าเกณฑ์ IFRS 19 พร้อมพิจารณาผลกระทบของการลด disclosure ต่อผู้ใช้งบและงบรวม
  6. สื่อสารแผนการเปลี่ยนผ่านตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี

Conclusion

IFRS 18 และ IFRS 19 เป็นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคของมาตรฐานบัญชี มาตรฐานทั้งสองสะท้อนแนวโน้มสำคัญของตลาดทุนที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความสามารถในการเปรียบเทียบ และคุณภาพของการเปิดเผยข้อมูล

สำหรับบริษัท IPO และบริษัทจดทะเบียน การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้าน compliance แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุน เจ้าหนี้ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้สอบบัญชี

A&A Office เห็นว่าองค์กรที่เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ปี 2569 จะมีความพร้อมมากกว่าในการบริหารผลกระทบของมาตรฐานใหม่ และสามารถใช้การรายงานทางการเงินเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว

ต้องการประเมินผลกระทบ IFRS 18 และ IFRS 19 ต่อองค์กรของคุณ?

A&A Office สามารถช่วยทบทวนผลกระทบด้านการนำเสนอรายงานทางการเงิน การเปิดเผยข้อมูล ระบบบัญชี และการเตรียมความพร้อมสำหรับบริษัท IPO และบริษัทจดทะเบียน

ขอคำปรึกษา

ข้อจำกัดความรับผิด

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และมุมมองเชิงวิชาชีพโดยทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางวิชาชีพสำหรับกรณีเฉพาะ ผู้อ่านควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์ของกิจการ และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจ

แชร์: